คลังเก็บหมวดหมู่: #อาหารที่ดีที่สุด

อัลมอนด์ (Almond)

อัลมอนด์ (Almond)

อัลมอนด์

อัลมอนด์เป็นแหล่งของวิตามินอี แมงกานีส แมกนีเซียม ทองแดง วิตามินบี2 และฟอสฟอรัส อัลมอนด์ 1/4 ถ้วย ประกอบไปด้วย ไขมัน 18 กรัม โดย 11 กรัมของไขมันดังกล่าวเป็นไขมันอิ่มตัวโมเลกุลเดียว ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ

อัลมอนด์เป็นอาหารโบราณที่ได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกทาง ประวัติศาสตร์ รวมไปจนถึงคัมภีร์ไบเบิล คาดว่าอัลมอนด์ถูกปลูกเป็นครั้งแรกในแถบเอเชียตะวันตก และแอฟริกาเหนือ ในปัจจุบันมีการปลูก อัลมอนด์ในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สเปน อิตาลี โปรตุเกส โมร็อกโค รวมไปจนถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดกันว่ามีการนำต้นอัลมอนด์ ไปยังแคลิฟอร์เนียครั้งแรกเมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมาโดยชาวสเปน แต่หลังจากนั้นการปลูกต้นอัลมอนด์ก็ได้ยุติลงเมื่อชาวสเปนได้ย้ายออกมา แต่อย่างไรก็ตาม ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการนำอัลมอนด์มาปลูกอีกครั้ง หนึ่งในปี 1840 มีการนำอัลมอนด์ไปปลูกที่ยุโรป โดยปลูกครั้งแรกที่ นิวอิงแลนด์ แต่เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เหมาะแก่การปลูก ในที่สุด จึงมีการนำอัลมอนด์ไปปลูกที่แคลิฟอร์เนียตามเดิม

  • ดีต่อหัวใจ

การกินอัลมอนด์อย่างสม่ำเสมอจะส่งผลดีต่อหัวใจและหลอด เลือดหัวใจ งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร British Journal of Nutrition ซึ่งกล่าวว่า ถ้วหลายชนิดเป็นแหล่งของสารต้าน อนุมูลอิสระในระดับสูง ช่วยปกป้องหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลด ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังพบว่าวอลนัต พี่แคน และเชสนัต มีสารต้านอนุมูลอิสระใน ระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาพืชตระกูลถั่วทั้งหลาย โดยพบว่า วอลนัต 3 ออนซ์ หรือ 100 กรัม ให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 20 มิลลิโมล (mmol) เลยทีเดียว

  • ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี

ข้อมูลทางโภชนาการที่มีการเก็บสะสมไว้ 20 ปี จากอาสาสมัคร หญิงจำนวน 80,000 คน แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่กินอัลมอนด์รวมไปจนถึงผลิตภัณฑ์จากอัลมอนด์อย่างน้อย 1 ออนซ์ ทุกๆ สัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีลดลงร้อยละ 25 เพื่อต้านนิ่วในถุงน้ำดี คุณอาจผสมอัลมอนด์ในสลัดผัก โรยหน้าเครื่องดื่มหรือขนมเค้กในช่วง ระหว่างวันด้วยอัลมอนด์ หรืออาจใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการกินอัลมอนด์เป็นของว่างแทนขนมขบเคี้ยวที่อุดมไปด้วยไขมันและเกลือ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคให้น้อยลงได้

Almonds are a good source of vitamin E, manganese. Magnesium, copper, vitamin B2 and 1/4 cup of almonds consist of fat. 18 grams, with 11 grams of fat said to be a single saturated fat molecule Good for heart work

Almonds are ancient foods that have been mentioned in the food records. History Including the Bible Almonds are expected to be planted for the first time in Western Asia. And north africa Currently being planted Almonds in Mediterranean countries, Spain, Italy Portugal, Morocco, including the United States It is estimated that almond trees were introduced To California for the first time centuries ago by the Spaniards But after that, almond plantation was ended when the Spaniards moved out. However, in the 19th century, almonds were planted again in 1840. Almonds are planted in Europe. By planting the first in New England But because the climate is not suitable for planting in the end So almonds were planted in California as before.

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

ไก่งวง (Turkey)

ไก่งวง (Turkey)

ไก่งวง

ไก่งวงเป็นอาหารที่ชาวตะวันตกนิยมเลี้ยงไว้เพื่อการบริโภค เพราะเป็นแหล่งของโปรตีนที่สำคัญ ไก่งวง 4 ออนซ์ ให้โปรตีนมาก ถึงร้อยละ 65.1 ของปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน พร้อมกับไขมันอิ่มตัวเพียงร้อยละ 11.9 ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของไขมัน อิ่มตัวที่ได้จากเนื้อแดง นอกจากนั้นไก่งวงยังเป็นแหล่งของไนอะซิน วิตามินบี6 ฟอสฟอรัส และซีลีเนียม ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็ง และดีต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

เมื่อพูดถึงไก่งวง หลายคนอาจนึกถึงภาพของครอบครัว เพื่อน ฝูง การเฉลิมฉลองที่อบอุ่น ไก่งวงเป็นสัตว์พื้นเมืองของสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก และเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองของชาวอเมริกัน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ได้นำไก่งวงกลับไปยังยุโรปพร้อมกับเขาในศตวรรษที่ 16 หลัง จากการไปสำรวจโลกใหม่ในทวีปอเมริกา ไก่งวงถูกนำมาเลี้ยงภายในครัวเรือนทั้งในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ในตอนแรกไก่งวงถูก สงวนไว้สำหรับเป็นอาหารตั้งโต๊ะของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์เท่านั้น แต่ ในไม่ช้า มันก็ได้แพร่หลายไปทั่ว

ไก่งวงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์และ วัฒนธรรมการกินของชาวอเมริกัน มันกลายเป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า และวันคริสต์มาส เบนจามิน แฟรงคลิน คิด ว่าไก่งวงเป็นของชาวอเมริกันทุกคน และปรารถนาให้มันกลายเป็น สัญลักษณ์ของประเทศ แทนที่จะเป็นนกอินทรีอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม ไก่งวงก็ได้ถูกเลือกให้เป็นไอคอนของชาวอเมริกันและ หมายถึงอิสรภาพของชาวอเมริกัน นอกจากนั้น นีล อามสตรอง และ บัซซ์ อัลดริน ยังได้นําไก่งวงย่างขึ้นไปกินเป็นอาหารเมื่อครั้งที่พวกเขา ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกอีกด้วย ในปัจจุบันประเทศที่มีการ กินไก่งวงมากที่สุดได้แก่ อิสราเอล สหราชอาณาจักร แคนาดา สหรัฐ อเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี และเนเธอร์แลนด์

Turkey ( Turkey)

Turkey is a popular food that Westerners raise for consumption. Because it is an important source of protein. 4 ounces turkey gives as much as 65.1 percent protein. Of the amount of protein the body needs each day Together with only 11.9 percent saturated fat Which is half the fat Saturated from red meat. In addition, turkey is also a source of niacin, vitamin B6, phosphorus and selenium. Necessary to the functions of various systems in the body helping against cancer And good for the work of the heart and coronary arteries as well.

When talking about turkey Many people may think of pictures of family, friends, flocks of warm celebrations. Turkey is a native animal of the United States and Mexico. And is one of the native foods of American Christopher Columbus. Brought the turkey back to Europe with him in the 16th century after exploring the new world in the Americas Turkeys are raised in the households in Italy, France and England. In the beginning, turkeys were Reserved for the King’s table and royal family only, but soon It became widespread.

ไก่งวง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

เนื้อลูกแกะ (Lamb)

เนื้อลูกแกะ (Lamb)

แกะเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงในประเทศแถบตะวันตก ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นิยมนำขนมาทำเครื่องนุ่งห่ม และนำเนื้อมาบริโภค

เนื้อลูกแกะอุดมไปด้วยโปรตีน ซีลีเนียม วิตามินบี12 ไนอะซิน สังกะสี และฟอสฟอรัส เนื้อลูกแกะได้จากเนื้อของแกะที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี เนื้อลูกแกะที่วางจำหน่ายจะประกอบไปด้วย 5 ส่วน ได้แก่ ไหล่ ขา คอ หรือส่วนต้นของกระดูกสันหลังและสะโพก นอกจากนั้นในร้านบาง ร้านยังขายเนื้อลูกแกะที่บดเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะนำไปทำเบอร์เกอร์ เนื้อก้อน หรือซอสได้เลยทันที โดยไม่จำเป็นต้องไปสับหรือบดให้ยุ่งยาก ที่บ้าน

แกะถูกนำมาเลี้ยงภายในครัวเรือนเป็นครั้งแรกในแถบตะวันออกกลาง และทวีปเอเชียเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน มนุษย์นำแกะมาเลี้ยง มิใช่เพียงแค่เป็นอาหารเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงขนที่อ่อนนุ่มของมันด้วย แกะถูกนำไปเลี้ยงในหลายๆ ประเทศของโลก และกลายเป็นที่ นิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ชาวโรมันนำแกะเข้ามายังเกรทบริเทน ที่ซึ่งแกะกลายเป็นสัตว์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน

แกะถูกนำเข้ามาเลี้ยงในดินแดนซีกโลกตะวันตกในช่วงต้น ของศตวรรษที่ 16 เมื่อกองทัพของนักสํารวจชาวสเปนที่มีชื่อว่าคอร์เตซ (Cortez) ได้นําแกะขึ้นเรือท่องทะเลไปกับพวกเขาด้วย ตั้งแต่สมัยโบราณ ลูกแกะได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาในหลายศาสนา รวมไปจน ถึงศาสนายิว มันถูกนํามาใช้เป็นเครื่องบวงสรวงแด่เทพเจ้า จนกลาย เป็นสัญลักษณ์แห่งการอุทิศ หรือการเสียสละ เนื้อลูกแกะได้กลายเป็น หนึ่งในอาหารที่สำคัญ และได้รับความนิยมอย่างสูงไปทั่วโลกโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ตุรกี กรีซ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และประเทศต่างๆ ในแถบ ตะวันออกกลาง แม้ว่าจะอุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว แต่แกะกลับเป็นแหล่ง ของโปรตีนที่สําคัญ โดยพบว่าเนื้อแกะ 4 ออนซ์ จะให้โปรตีนมากถึง ร้อยละ 60.3 ในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่าย

นอกจากโปรตีนแล้ว และยังเป็นแหล่งของสังกะสี ซึ่งเป็นแร่ ธาตุที่จำเป็นต่อกระบวนการทางเคมีภายในร่างกายหลายอย่าง โดย เฉพาะอย่างยิ่งระบบภูมิคุ้มกัน สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดต่อ กระบวนการทํางานของระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากสังกะสีเป็นองค์ ประกอบสำคัญในปฏิกิริยาของเอนไซม์หลายชนิด นอกจากระบบภูมิคุ้มกันแล้ว สังกะสียังจำเป็นต่อกระบวนการฟื้นฟูของบาดแผล การ แบ่งเซลล์ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ รักษา อัตราการทำงานของกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกายให้พอเหมาะ ดีต่อต่อมลูกหมาก และจำเป็นต่อการทำงานของประสาทรับรส และกลิ่น เป็นต้น

​​ Lamb ( Lamb)

Sheep are a popular animal raised in Western countries. Australia and New Zealand Popular to bring feathers to make clothing And consume the meat.

Lamb meat is rich in selenium protein. Vitamin B12, Niacin, Zinc and Phosphorus Lamb meat is obtained from lamb meat that is less than 1 year old. The lamb is sold in 5 parts, including the shoulders, legs, neck Or the beginning of the spine and hips Other than that, in some stores The shop also sells lamb meat that has already been grinded. Ready to be used to make burgers, cubes, or sauces right away Without the need to mess or grind complicated at home.

Sheep were first brought to the household in the Middle East. And Asia. About 10,000 years ago, humans brought sheep Not just food But also means their soft hairs Sheep are adopted in many countries of the world and become Widely popular later The Romans brought the sheep to the Great Britain. Where sheep became a very popular animal about 2,000 years ago.

เนื้อลูกแกะ (LAMB)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

เนื้อไก่(Chicken)

เนื้อไก่(Chicken)

เนื้อไก่

ไก่เป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพดี วิตามินบี6 ไนอะซิน ซีลีเนียม และฟอสฟอรัส มนุษย์รู้จักเลี้ยงไก่เพื่อเป็นอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ คาดว่ามนุษย์นำไก่มาเลี้ยงไว้ภายในเขตที่อยู่อาศัยเมื่อประมาณ 4,000 ปี ก่อนในแถบเอเชียใต้ มนุษย์นิยมนำไก่มาปรุงเป็นอาหารมาช้านาน ทั้ง ในยามที่ไก่มีราคาแพง และเป็นอาหารที่หรูหรา หรือแม้กระทั่งในยามที่ มันเป็นอาหารที่ไร้ค่าไม่มีใครเหลียวแลก็ตาม

ในช่วงตอนต้นของประวัติศาสตร์ อาหารการกินของชาวอเมริกัน ชาวยุโรป ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่อเมริกาได้นําไก่ติดตัวพวกเขามาด้วย ในตอนแรก ชาวอเมริกันเลี้ยงไก่ไว้ในครัวเรือนเพื่อเป็นอาหารของครอบ ครัวตน แต่เมื่อประชากรมีมากขึ้น พวกเขาจึงเลี้ยงไก่รวมกันเป็นฝูง และ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในเวลาต่อมา

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ได้มีการพัฒนากระบวนการขนส่ง และการแช่เย็น ทำให้มีการเลี้ยงไก่มากขึ้น จากเดิมที่เลี้ยงเพื่อเป็น อาหารของใครของมัน กลายเป็นเลี้ยงเพื่อการค้าจนกระทั้งหลังสงคราม โลกครั้งที่สอง ที่การเลี้ยงไก่ได้มีการพัฒนาและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ไก่มีวางจำหน่ายทุกหนแห่ง และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไปแทบทุกประเทศทั่วโลก ในปัจจุบันประเทศที่มีการส่งไก่เป็นสินค้า ออกที่สําคัญได้แก่ จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเม็กซิโก

  •  ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันในคนชรา

ไก่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี โดยพบว่าไก่ 4 ออนซ์ จะให้ โปรตีนมากถึงร้อยละ 67.6 ของปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน งานวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่าประชากรบางกลุ่ม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคนชรา จะได้รับอาหารที่มีโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของร่างกาย โปรตีนทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนจากสัตว์ เป็นสาร อาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชรา ในงานวิจัย ชิ้นหนึ่งได้มีการนำอาสาสมัครชายหญิงอายุระหว่าง 70-90 ปี โดยอาสา สมัครดังกล่าวจะได้รับอาหารที่เป็นโปรตีนสูงอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะ เวลา 6 เดือน เมื่อเวลาผ่านไป คณะนักวิจัยพบว่าอาสาสมัคร เหล่านั้น มีอัตราการสูญเสียมวลกระดูกน้อยกว่าผู้ที่ได้รับโปรตีนในปริมาณน้อย หรือไม่เพียงพอ

Chicken has been a source of good quality protein, vitamin B6, niacin, selenium and phosphorus. Humans have been raising chickens for food since ancient times. It is estimated that humans raised chickens in a residential area about 4,000 years ago in South Asia. Humans prefer to cook chicken for a long time, even when the chicken is expensive. And is a luxurious food Or even when It is worthless food, no one cares.

At the beginning of history The American diet of European settlers in America brought their chickens with them. In the beginning, Americans raised chickens in their households to feed their families, but as the population increased They then raise chickens together in a herd and trade in them later.

In the late 19th century, transportation processes were developed. And chilling Resulting in raising more chickens From the original that was raised to be Whose food is it? Became a party for trade until after the war Second world That the chicken raising has developed and expanded rapidly Causing the chicken to be distributed everywhere And has gained widespread popularity To almost every country in the world At present, the country in which chicken is sent as a product The important products are China, Brazil, USA, Japan and Mexico.

เนื้อไก่(CHICKEN)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

ถั่วเหลือง (Soy Bean)

ถั่วเหลือง (Soy Bean)

ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี แมงกานีส โพแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินบี2 กรดไขมันโอเมก้า-3 เหล็ก ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหาร โมลิบดีนัม และทองแดง

ถั่วเหลืองถือเป็นหนึ่งในอาหารที่อัศจรรย์ที่สุดซึ่งธรรมชาติได้มอบให้แก่มนุษยชาติ เพราะส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น ช่วยต้านมะเร็ง ทั้งที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดีต่อผู้หญิงทั้งวัยมีประจําเดือนและหมดประจำเดือน ดีต่อกระดูก ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับ LDL (คอเลสเตอรอลชนิดเลว) ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ลดอาการอักเสบ ลดความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคเบาหวาน รวมไปจนถึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และโรคไตอันเนื่องมาจากโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ถั่วเหลืองถือกำเนิดครั้งแรกในประเทศจีนกว่า 13,000 ปีก่อน เป็นหนึ่งในพืชที่มีความสำคัญมากที่สุดของประเทศจีน ในศตวรรษที่ 8 ถั่วเหลืองได้ถูกนำเข้าไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะกระจายไปยัง เดินแดนข้างเคียง รวมไปจนถึงไทย มาเลเซีย เกาหลี และเวียดนามในเวลาต่อมา

ถั่วเหลืองถูกนำไปปลูกที่สหรัฐอเมริกาครั้งแรกในศตวรรษที่ 18 โดยชาวอเมริกันที่เคยเข้ามาในประเทศจีน ชาวนาอเมริกันเริ่มปลูกถั่วเหลืองในศตวรรษที่ 19 แต่มันยังไม่ได้รับความนิยมจากชาวอเมริกัน เท่าใดนัก จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อนักโภชนาการนามว่า จอร์จ วอชิงตัน คาร์ฟเวอร์ และจอห์น ฮาร์วี เคลล็อกก์ ได้ค้นพบว่า ถั่วเหลืองมีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์มากเพียงใด ทำให้ถั่วเหลือง เริ่มได้รับความสนใจจากชาวอเมริกัน และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นประเทศที่มี การปลูกถั่วเหลืองเพื่อการค้ามากที่สุดในโลก

  • กินถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการแปรรูป หนทางสู่การมีสุขภาพที่สมบูรณ์

จากงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Carcinogenesis พบว่าไม่เพียงแต่ความสามารถในการต้านมะเร็งเท่านั้น แต่ถั่วเหลืองที่ผ่านการแปรรูปที่ซับซ้อนยังมีสารอาหารรวมไปจนถึงสารประกอบตามธรรมชาติอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสุขภาพลดน้อยลงด้วย เช่นกัน

วิลเลียม จี เฮลเฟอริช ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การ อาหารและโภชนาการของมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ได้กล่าวว่า ถั่วเหลืองประกอบไปด้วยสารประกอบที่จะทำหน้าที่ร่วมกัน ในการเสริมสร้างระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติและแข็งแรง ใน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองซึ่งผ่านการแปรรูปที่วางจําหน่ายตามร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ต่างสูญเสียสารประกอบที่มีประโยชน์ดังกล่าว ไปเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้นยังพบอีกว่า ยิ่งผ่านกระบวนการแปรรูปมากเท่าใด ถั่วเหลืองยิ่งสูญเสียสารประกอบตามธรรมชาติที่มีประโยชน์ไปมากเท่านั้น ถั่วเหลืองแปรรูปเหล่านี้ไม่มีสรรพคุณในการช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้ดีพอ เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านการแปรรูปใดๆ เลย

ดังนั้นคราวต่อไปเมื่อคุณนึกถึงถั่วเหลืองจงเลือกผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

​​ Soy Bean)

Soy is a source of good quality manganese protein. Potassium Magnesium Vitamin B2 Omega-3 fatty acids Iron Phosphorus Dietary fiber Molybdenum and Copper

Soy is one of the most amazing foods that nature has given to humanity. Because it is good for health in many ways such as helping against cancer Both with prostate cancer And colon cancer Good for women of all ages, both monthly and menopause. Good for bones, lowers blood pressure, lowers LDL (bad cholesterol) Which is a leading cause of heart disease and coronary heart disease Reduces inflammation, reduces risk Against diabetes Including reducing the risk of heart disease And kidney disease due to diabetes as well.

Soybeans were first born in China over 13,000 years ago, it was one of China’s most important plants in the 8th century. Soybean has been imported to Japan. Before distributing to Wander around Including Thailand, Malaysia, Korea and Vietnam at a later time.

ถั่วเหลือง (SOY BEAN)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

ซอสถั่วเหลือง (Soy Sauce)

ซอสถั่วเหลือง (Soy Sauce)

ซอสถั่วเหลือง

ซอสถั่วเหลืองเป็นแหล่งของไนอะซิน แมงกานีส และโปรตีน ซอสถั่วเหลืองกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีน จีนนำซอสถั่วเหลือง มาใช้เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงอาหารมานานเกือบ 2,500 ปี ในศตวรรษที่ 7 ซอสถั่วเหลืองได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ยังประเทศญี่ปุ่น โดยคณะพระสงฆ์ ชาวพุทธ ซึ่งรู้จักกันในชื่อของ “โชยุ”

  • ซอสถั่วเหลืองกับความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ

ในขณะนี้เราส่วนใหญ่ต่างตระหนักกันเป็นอย่างดีถึงผลเสียของ เกลือที่มีมากเกินไปในอาหารว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน

เราทราบดีว่า การได้รับเกลือมากเกินไปนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคหัวใจได้ในที่สุดในสังคมที่นิยมกินอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงและโพแทสเซียมต่ำ ประชากรของสังคมนั้นจะมีความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่กินอาหารที่มีโซเดียมต่ำ

นั่นหมายความว่าเราจำต้องละทิ้งรสชาติที่แสนอร่อย เพื่อการ มีสุขภาพที่ดีเช่นนั้นหรือ? คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะในขณะที่ซอสถั่วเหลือง มีโซเดียมสูง มันกลับมีรสชาติที่กลมกล่อม ทำให้คุณรื่นรมย์กับอาหาร ของคุณได้โดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งรสชาติของอาหารให้เค็มขึ้นแต่อย่างใด มันไม่ทำให้อาหารของคุณจืดชืดจนต้องกล้ำกลืนลงกระเพาะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณจึงสามารถใส่ซอสถั่วเหลืองเพียงเล็กน้อยในขณะที่คุณยังคงเอร็ดอร่อยกับอาหารจานโปรดของคุณ ดีกว่าการใส่ เกลือหรือน้ำปลาแบบเดิมๆ

นอกจากนั้นในปัจจุบันบริษัทซอสถั่วเหลือง จำนวนมากต่าง ผลิตซอสถั่วเหลืองโซเดียมต่ำมาให้คุณได้เลือกใช้กันอย่างหลากหลาย ทำให้คุณไม่เพียงสามารถรักษาสุขภาพได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารจานโปรดได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

  • ซอสถั่วเหลือง หนึ่งในทางเลือก เพื่อความอร่อยและสุขภาพที่ดี

เพื่อสุขภาพที่ดี ในขณะเดียวกันก็ยังคงได้กินอาหารที่มีรสชาติ อร่อยถูกปาก ทุกครั้งที่คุณผัดผัก เปลี่ยนการปรุงรสด้วยเกลือหรือ น้ำปลา เป็นการเหยาะซอสถั่วเหลืองโซเดียมต่ำลงไปแทน ผสมซอสถั่วเหลือง ขิง และกระเทียม เป็นน้ำจิ้มสำหรับเต้าหูหรือไก่นึ่ง วางขวดซอสถั่วเหลืองไว้บนโต๊ะอาหาร หรือในที่ที่ใกล้มือ แทนขวดเกลือหรือ น้ำปลา เพื่อง่ายต่อการหยิบ หรืออาจเสิร์ฟข้าวกล้องสไตล์ญี่ปุ่นพร้อม กับโรยหน้าด้วยซอสถั่วเหลือง งาดำ และสาหร่ายทะเลให้แก่เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมบ้านในวันว่าง แทนการกินอาหารที่เต็มไปด้วยเกลือและ ไขมันแบบเดิมๆ นอกจากจะทําให้วันหยุดของคุณมีสีสันแล้ว ยังดีต่อ สุขภาพของคุณอีกด้วย

Soy sauce is a source of niacin. Manganese and soy sauce protein originated for the first time in China. Chinese Soy Sauce Used as a food ingredient for almost 2,500 years In the 7th century, soy sauce was introduced to Japan. By a group of monks Buddhists known as “Shoyu”.

  • Soy sauce with the risk of hypertension and heart disease

At the moment, most of us are well aware of the disadvantages of Too much salt in the diet can adversely affect our health.

We know that Excessive salt intake leads to high blood pressure. Which can eventually lead to heart disease in a society that likes to eat foods that are high in sodium and low potassium The population of that society will be at risk. More heart disease than those who eat low-sodium foods.

That means we have to abandon delicious taste For good health like that? The answer is Not because while the soy sauce is high in sodium, it has a smooth taste Make you enjoy the food Of you without the need to flavor the food to be salty in any way It does not make your food tasteless until it is swallowed down as fast as possible. So you can add a little soy sauce while you’re still enjoying your favorite dishes. Better than traditional salt or fish sauce.

ซอสถั่วเหลือง (SOY SAUCE)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

น้ำผึ้ง (Honey)

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

มนุษย์นำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องของอาหารและยา รักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยย้อนหลังไปอย่างน้อย 700 ปีก่อน คริสตศักราช เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วที่มนุษย์นำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนสำคัญในการปรุงอาหาร ยารักษาโรค เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่ง เป็นหนึ่งในเครื่องสังเวยแด่เทพเจ้า

“Miracle Food” อาหารมหัศจรรย์ของนักกีฬา

มนุษย์นิยมกินน้ำผึ้งเพื่อสร้างพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในสมัยโบราณ ที่ก่อนลงแข่งขันทุกครั้ง นักกีฬาจะได้รับอาหารชนิดพิเศษที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างกำลังวังชาเท่านั้น ยังทำให้พวกเขาเล่นกีฬาได้ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ เช่น น้ำผึ้ง และมะเดื่อ ตากแห้ง

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ได้ค้นพบว่า น้ำผึ้งมี ส่วนช่วยให้นักกีฬาเล่นกีฬาได้ดีขึ้นจริง นักวิจัยได้นำอาสาสมัครชาย หญิงที่เป็นนักกีฬายกน้ำหนักจำนวน 39 คน โดยให้นักกีฬาเหล่านี้ยกน้ำหนักทันที หลังจากที่พวกเขาได้รับอาหารเสริมจำพวกโปรตีนผสมกับ คาร์โบไฮเดรต เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน เช่น น้ำตาล แป้งมอลโตเดกซ์ ตริน (Maltodextrin) ซึ่งเป็นแป้งที่ทำจากธัญพืชชนิดหนึ่ง และน้ำผึ้ง นักวิจัยพบว่าอาสาสมัครที่กินอาหารเสริมโปรตีนผสมน้ำผึ้ง จะมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดช่วงระยะที่มีการแข่งขัน และสามารถยกน้ำหนักได้ดีที่สุด นักวิจัยจึงสรุปน้ำผึ้งเป็นแหล่งของ คาร์โบไฮเดรตที่ช่วยให้นักกีฬาเล่นกีฬาได้ดี มากกว่าอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น

  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนทุกวัน ต้านความชรา เคล็ดลับความสาวสองพันปี

จากงานวิจัยที่นำเสนอในการประชุมของ American Chemical Society ใน Anaheim, CA ในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2004 พบว่าการกินน้ำผึ้งทุกวันจะช่วยเพิ่มระดับของสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดให้มากขึ้น นักวิจัยได้ทำการทดลองคุณสมบัติในการต้านความเสื่อมโทรมของน้ำผึ้ง กับอาสาสมัครจำนวน 200 คน โดยให้อาสาสมัคร กินน้ำผึ้งประมาณ 4 ช้อนโต๊ะทุกวัน เป็นเวลา 29 วัน นอกเหนือจากอาหารมื้อปกติ ก่อนที่จะนำตัวอย่างเลือดมาตรวจ นักวิจัยพบความสัมพันธ์กันระหว่างน้ำผึ้งและระดับของสารต้านอนุมูลอิสระ และลงความเห็นว่าการกินน้ำผึ้งในปริมาณที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยปกป้องเซลล์ของร่างกายจากอนุมูลอิสระ อันจะนำไปสู่ความเสื่อมโทรม และโรคร้ายได้

เพื่อช่วยต้านความชรา รวมไปจนถึงความเสื่อมโทรมอื่นๆ คุณ อาจใช้น้ำผึ้งทาขนมปังแทนเนยไขมันสูง ใช้แทนสารให้ความหวาน จำพวกน้ำตาลทรายขาวในอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นๆ นอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติที่หวานหอมให้แก่อาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพผิวพรรณและความงามด้วยเช่นกัน

Man uses honey for both food and medicine. Treatment of diseases since ancient times By going back at least 700 For centuries BC, people brought honey to be an important part of cooking. Cosmetic or even medicine Is one of the gods.

“Miracle Food” Wonderful food

Humans prefer to eat honey to create energy. Especially in the ancient Olympic Games That before every race Athletes will receive special food that not only helps to strengthen Also makes them sport incredibly better, such as dried honey and figs.

Recent scientific research has found that Honey can help athletes to play sports better. The researchers brought male volunteers. A woman who is a weightlifter of 39 people, allowing these athletes to lift weight immediately. After they received a protein supplement mixed with Carbohydrates for use as energy sources such as sugar, maltodextrin (Maltodextrin) flour, which is a flour made from one kind of cereal. And honey, researchers found that volunteers who eat honey protein supplement There will be blood sugar levels at the appropriate level throughout the competition period. And can lift the weight best The researchers therefore concluded honey as a source of Carbohydrates that help athletes play sports well More than food Other carbohydrates

น้ำผึ้ง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

ยี่หร่า (cumin)

ยี่หร่า

ยี่หร่า

ยี่หร่า เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก แมงกานีส วิตามินบี6 เส้นใยอาหาร และโพแทสเซียม มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ดีต่อลำไส้ ตับ หัวใจ ช่วยลดคลอเลสเตอร์รอล และต้านมะเร็ง ยี่หร่าเป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย และอินเดียทางตอนใต้ ได้รับการปลูกและเก็บเกี่ยวในดินแดนทั้งสองเป็นเวลามากกว่า 5,000 ปีมาแล้ว

ยี่หร่ามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของคนในซีกโลกตะวันออกอย่างแยกไม่ออก ตั้งแต่การเป้นอาหารหรือยารักษาโรค ในศตวรรษที่ 13 ยี่หร่าถูกนำเข้าไปในยุโรปโดยพ่อค้าชาวอาหรับ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ประเทศที่มีการผลิตยี่หร่าเพื่อการค้าเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เฮติ และจาไมก้า

  • ยี่หร่าและกะหล่ำดอก สองพลังต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอันดับ 2 ของผู้ชายชาวอเมริกัน โดยพบว่าทุกๆปีจะพบชายชาวอเมรอกันเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากถึงห้าแสนคน ในขณะที่แทบจะไม่พบเลยในอินเดีย ที่ซ่งผู้คนนิยมนำยี่หร่ามาปรุงเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาคุณสมบัติการยับยั้งเวลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของยี่หร่า พร้อมกับผักที่มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งอื่นๆ อาทิเช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี บร็อกโคลี คะน้า และพบว่าการนำยี่หร่ามาผสมกับผักที่มีคุณสมบัติการต้านมะเร็งดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

Fennel is a source of iron, manganese, vitamin B6, dietary fiber and potassium. It has anti-inflammatory properties, good for the intestines, liver, heart, reducing cholesterol. And anti-cancer Cumin is a native plant of Indonesia. And southern India Has been planted and harvested in both lands for more than 5,000 years.

Fennel plays an important role in the lives of people in the Eastern Hemisphere. Since being a food or medicine in the 13th century, cumin was brought into Europe by Arab merchants. And has gained widespread popularity at a later time The countries that produce fennel for trade are top-ranked, including India, Indonesia, China, Philippines, Taiwan, Haiti and Jamaica.

  • Fennel and cauliflower Two prostate cancer powers

Prostate cancer is the second leading cause of cancer death among American men. It was found that every year, a man with an amnesia can be found with up to five hundred thousand prostate cancer. While almost impossible to find in India That people prefer to use cumin to cook widely.

Scientists have studied the inhibitory properties of fennel prostate cancer. Along with vegetables that have other anti-cancer properties such as cauliflower, broccoli, broccoli, kale and found that fennel is mixed with vegetables that have such anti-cancer properties. Prevent prostate cancer only better But also inhibits the proliferation of prostate cancer cells as well.

ยี่หร่า (CUMIN)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

น้ำมันมะกอก (Olive Oil)

น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกเป็นหนึ่งในอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คาดว่ามีการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกที่เกาะครีตเมื่อ 5,000-7,000 ปีก่อน มนุษย์นำน้ำมันมะกอกมาปรุงอาหารตั้งแต่ 3,000 ปี ก่อนคริสตศักราช ตั้งแต่สมัยโบราณ มะกอกเป็นต้นไม้ที่ให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์อย่างอนันต์ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหาร พลังงาน ที่อยู่อาศัย รวมไปจนถึงยารักษาโรค และเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพและสติปัญญาอีกด้วย

  • น้ำมันมะกอก สัญลักษณ์แห่งสันติภาพของโลก และสุขภาพ

น้ำมันมะกอกได้จากการนำผลมะกอกมาสกัดจนได้น้ำมันออกมา มะกอกเป็นพืชที่อุดมไปด้วยน้ำมัน หากดูจากชื่อทางพฤกษศาสตร์ของ ต้นมะกอกที่ว่า Olea Europaea แล้ว คำว่า Oless หมายถึงน้ำมันใน ภาษาละตินนั่นเอง

น้ำมันมะกอกแบ่งออกเป็นเกรดต่างๆ ตามกระบวนการผลิต น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดี่ยว ซึ่งเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากจะให้รสชาติที่อร่อยแก่อาหารแล้ว น้ำมันมะกอกยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม รักษาระดับความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ลดระดับคอเลสเตอรอล หรือแม้กระทั่ง ช่วยลดน้ำหนัก

  • น้ำมันมะกอก หนึ่งในทางเลือกของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

นักวิจัยพบว่าการใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารแทนไขมันชนิดอิ่มตัว ซึ่งมักใช้กันในครัวเรือนหรือร้านอาหาร จะช่วยลดน้ำหนักและมวลของไขมันภายในร่างกาย โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร หรือออกกำลังกายเพิ่มแต่อย่างใด การค้นพบดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ใน นิตยสาร British Journal of Nutrition ว่ามีการทดลองกับอาสา สมัครชายที่มีน้ำหนักมากเกินพิกัด หรือเป็นโรคอ้วน อายุตั้งแต่ 24-49 ปี อาสาสมัครทั้งหมดจะได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่มีการเพิ่มการออก กำลังกาย หรือการออกแรงใดๆ ให้มากขึ้นจากปกติ อาหารที่อาสา สมัครได้รับมีส่วนประกอบของไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โดยแคลอรีจำนวน 11% มาจากไขมันอิ่มตัว 22% จากไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดี่ยว และ จากไขมันไม่อิ่มตัวหลายโมเลกุล เมื่อสิ้นสุดการทดลอง นักวิจัยพบว่าอาสาสมัครเหล่านั้นมีน้ำหนักลดลง 2.1 กิโลกรัม และยังมีมวลของไขมัน ในร่างกายลดลงถึง 2.6 กิโลกรัม อีกด้วย

  • เลือก Extra Virgin Olive Oil ทุกครั้งเมื่อต้องซื้อน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกชนิดเอกซ์ตราเวอร์จิน (Extra Virgin Olive Oil) เป็นน้ำมันที่มิได้ผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ ได้จากการนำผลมะกอกมาคั้นเอาน้ำมันครั้งแรก จะมีรสชาติที่ละเอียดอ่อน และมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด ในขณะที่น้ำมันมะกอกชนิดเวอร์จิน (Virgin Olive Oil) เป็นน้ำมันที่ได้จากการนำผลมะกอกมาคันเอาน้ำมันเป็นครั้งแรกเช่นกัน แต่มีระดับของความเป็นกรดสูงมากกว่า มีรสชาติที่ละเอียดอ่อน และ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายน้อยกว่า

น้ำมันมะกอกที่วางจำหน่ายตามร้านค้ารวมไปจนถึงห้างสรรพ สินค้า จะถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ เอกซ์ตราเวอร์จิน (Extra Virgin) ไฟน์เวอร์จิน (Fine Virgin) รีไฟนด์ (Refined) และเพียว (Pure) ทุกครั้งที่คุณไปซื้อน้ำมันมะกอกควรเลือกชนิดเอกซ์ตราเวอร์จิน หรือ อย่างน้อยก็ควรเป็นชนิดเวอร์จินเสมอ จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร European Journal of Nutrition พบว่าน้ำมัน ชนิดเอกซ์ตราเวอร์จิน มีส่วนช่วยในการป้องกัน LDL (คอเค ชนิดเลว) จากการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นที่มาของโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว

น้ำมันมะกอกเป็นอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดี่ยว และวิตามินอี น้ำมันมะกอกเอกซ์ตราเวอร์จิน ยังประกอบไปด้วยสารโพลีฟีโนลิก ไฟโตนิวเทรียน (Polyphenolic Phytonutrients) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมอีก ด้วย ใช้น้ำมันมะกอกชนิดเอกซ์ตราเวอร์จินเป็นส่วนประกอบหลักใน การทำน้ำสลัดแทนน้ำมันถั่วเหลือง โรยน้ำมันมะกอกลงบนผัดผักที่เพิ่ง ผัดเสร็จใหม่ๆ ก่อนเสิร์ฟ หรือแม้แต่การทาน้ำมันมะกอกบนขนมปัง แทนการใช้เนย เป็นต้น น้ำมันมะกอกไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพของเรา เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มรสชาติอร่อยให้แก่อาหารได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

จากการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการปกป้องร่างกาย จากอนุมูลอิสระของน้ำมันมะกอกชนิดต่างๆ พบว่าเมื่อนำอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงจำนวน 30 คน มากินอาหารที่มีส่วนประกอบของมะกอกชนิดต่างๆ โดยแต่ละชนิดจะมีระดับของสารฟีนอล ซึ่ง สารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 0-150 mg/kg. เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงมีการนำเลือดของอาสาสมัครดังกล่าวไปตรวจหาปริมาณของ LDL ที่ถูกอนุมูลอิสระทำลาย พบว่าอาสาสมัครที่กิน อาหารซึ่งปรุงด้วยน้ำมันมะกอกชนิดเอกซ์ตราเวอร์จินมีปริมาณของ LDL ที่ถูกทำลายน้อยที่สุด และยังมีความสามารถในการต้านทานการทำลาย ของอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังพบอีกว่าน้ำมันมะกอกชนิด เอกซ์ตราเวอร์จินมีคุณสมบัติในการเพิ่มระดับของ HDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีได้มากกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่นๆ อีกด้วย

Olive oil is one of the oldest foods in the world. It is expected that the production will be made for the first time in Crete on 5,000-7,000 years ago. Humans brought olive oil to cook since 3,000 years before the Christian era Since ancient times Olive is a tree that gives infinite benefits to humans. Whether it is a food source Energy, housing, including medicine And also a symbol of peace and intelligence.

  • Olive oil The symbol of world peace And health

Olive oil can be extracted from the olive until the oil comes out. Olives are oil-rich plants. If viewed from the botanical name of Olive tree that Olea Europaea already The word Oless means oil in Latin language.

น้ำมันมะกอก

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com

ปลาแซลมอน (Salmon)

ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนเป็นแหล่งของโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า-3 วิตามินดี วิตามินบี6 บี12 ไนอะซิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และ ซีลีเนียม การกินปลาแซลมอนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง ดวงตา ผิวพรรณ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ทำให้ความคิดและความจำเฉียบคม ป้องกันโรคหืดหอบ โรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวหรือโรคอัลไซเมอร์ และช่วยปรับอารมณ์ให้สมดุล เป็นต้น

มนุษย์รู้จักนำปลาแซลมอนมาประกอบเป็นอาหารตั้งแต่สมัย โบราณเช่นเดียวกับปลาชนิดอื่นๆ นอกจากจะนำมากินแบบสดๆ แล้วมีการนำปลาแซลมอนไปประกอบอาหารหลากหลายรูปแบบ เป็น รมควัน หรือหมักเกลือ เพื่อถนอมไว้กินได้นานๆ

ในปัจจุบันปลาแซลมอน ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดย แซลมอนจำนวนมากมาจากรัฐอลาสก้า มหาสมุทรแปซิฟิกตะวัน เฉียงเหนือ หรือแคนาดาตะวันออก นอร์เวย์ และกรีนแลนด์

ปลาแซลมอน อาหารผิว สำหรับคนรักแสงแดดและผิวพรรณ

ปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบ ช่วยป้องกันผิวจากการถูกแดดแผดเผา และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี

แม้ว่างานวิจัยจำนวนมากจะกล่าวโทษชั้นโอโซนที่ถูกทำลายลงว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังให้มากขึ้น แต่พฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนไปของเราเมื่อประมาณ 75 ปีที่แล้ว ซึ่งมักกินอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า-6 มากเกินไปในขณะที่กลับได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 น้อยกว่าปกติ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำ ให้ผิวหนังของเราอ่อนแอ และไวต่อแสงแดดด้วยเช่นกัน

จากงานวิจัยของด็อกเตอร์เลสลีย์ โรเดส (Dr.Lesley Rh9 des) ผู้อำนวยการของสถาบัน Photobiology Unit แห่งมหาวิทยาลัย แมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร แนะนำว่าการกินปลาที่อุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอนให้มากขึ้น จะช่วยลดอาการอักเสบอันเนื่องมาจากการได้รับรังสียูวีบี ทั้งยังช่วยป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด และมะเร็งผิวหนังให้น้อยลงด้วยเช่นกัน

  • ปลาแซลมอน อาหารของวัยรุ่นก้าวร้าว

การกินปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาซาร์ดีนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปรับอารมณ์ที่หงุดหงิด ร้อนรุ่ม ให้คงที่และเยือกเย็นลงได้ จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร European Journal of Clinical Nutrition เดือนมกราคม 2004 กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่สำคัญ ระหว่างการกินปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และการลดลงของอารมณ์หงุดหงิดหรือบูดบึ้งได้อย่างชัดเจน

​​ Salmon

Salmon is a source of protein. Omega-3 fatty acids, vitamin D, vitamin B6, B12, niacin, phosphorus, magnesium and selenium. Eating salmon regularly helps strengthen brain function, eyes, and skin, reducing the risk of cancer. Sharpen thoughts and memory Prevent asthma Cancer in white blood cells or Alzheimer’s disease And help adjust the mood to balance etc.

Humans have known to bring salmon to be a food since Ancient like other fish In addition to being eaten fresh And the salmon is used to cook a variety of dishes Is smoked or fermented To preserve for a long time.

At present, salmon Has been popular around the world, with many salmon coming from the state of Alaska East Pacific Ocean North or East Canada, Norway and Greenland

Salmon skin food For sun and skin lovers

Salmon is rich in omega-3 fatty acids. Which has anti-inflammatory properties Helps protect the skin from sunburn And reduce the risk of skin cancer as well.

Although a lot of research has blamed the ozone layer that has been destroyed as a major cause of increased risk of skin cancer. But our eating habits changed about 75 years ago. Which usually eat foods that contain omega-6 fatty acids Too much while getting less omega-3 fatty acids than normal, there are important parts that do. Let our skin be weak And sensitive to sunlight as well.

ปลาแซลมอน (SALMON)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชม : www.y6780.com